การใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน

การใช้ ICT ในการเรียนการสอน
ชลอ เอี่ยมสอาด

 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยกำหนดวิสัยทัศน์ว่า “ผู้เรียน สถานศึกษา และหน่วยงานทางการศึกษาทุกแห่งมีโอกาสเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต” ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวได้พัฒนาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

 

  1. การจัดหาคอมพิวเตอร์ให้ทุกโรงเรียน

    เพื่อให้นักเรียนได้ใช้ค้นคว้า เรียนรู้ อย่างทั่วถึง โดยเฉลี่ยนักเรียน 20 คน ต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ในปีการศึกษา 2549 ได้รับงบประมาณจัดกาคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม จำนวนถึง 250,000 เครื่อง พร้อมต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตให้ทุกโรงเรียน

  2. จัดหา พัฒนาสื่อ และบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์

    จัดซื้อ จัดหา และสร้างสื่อขึ้นเอง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างอิสระ ไม่ถูกจำกัดสถานที่ เวลา ซึ่งจะนำไปสู่รูปแบบการเรียนรู้ที่เรียกว่า e-Learning ต่อไป

    สื่อบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ต้องใช้เวลาในการสร้างประมาณ 3-5 ปี ละสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ในระยะเริ่มต้นจึงจำเป็นต้องซื้อสื่อและบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์บางส่วนที่มีคุณภาพสูง ได้รับการพัฒนามานานแล้วในต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องเริ่มสร้างขึ้นเอง เพื่อใช้ในการเรียนรู้ได้ตรงตามความต้องการ เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นจะสามรถส่งอออกขายให้ประเทศอื่นได้ โดยเฉพาะในวิชาที่เป็นพื้นฐานใช้ร่วมกัน ซึ่งได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ตลอดถึงวิชาศิลปะและสังคม

  3. การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
  1. นอกจากครู อาจารย์ จะมีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์แล้ว ต้องได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้ ICT เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ของผู้เรียนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยกำหนดหลักสูตร การพัฒนา เป็น 3 ส่วน คือ
  • ความรู้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเบื้องต้น
  • ความรู้ในการบูรณาการ ICT กับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ
  • ความรู้ในการสร้างสื่อมัลติมิเดีย และการดูแลเครือข่ายคอมพิวเตอร์

เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 ครู อาจารย์ ทุกคนจะต้องมีความรู้ในส่วนแรก และประมาณหนึ่งในสามจะได้รับการอบรมด้านบูรณาการ ICT กับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ โดยครู อาจารย์ จำนวนหนึ่งจะได้รับการพัฒนาให้สามารถสร้างสื่อมัลติมิเดียและอีกจำนวนหนึ่ง จะได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ในการซ่อมบำรุงแก้ไขปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์เสีย ตลอดถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์อีกด้วย

  1. การจัดทำ Web Portal

    ให้บริการสื่อและบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์แก่ครู นักเรียน ที่ต้องการเรียนรู้ ค้นคว้า หาความรู้เพิ่มเติม และใช้เป็นช่องทางสื่อสารในโรงเรียนเดียวกันหรือต่างโรงเรียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด ซึ่งจะทำให้การเรียนรู้ไม่ขึ้นกับเวลา สถานที่ ผู้เรียนสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถระหว่างกันได้ โดยเฉพาะไม่มีข้อจำกัดใดๆ อีกต่อไป

การใช้ ICT ในการเรียนและบูรณาการ

คอมพิวเตอร์ ถือเป็นสื่อนวัตกรรมใหม่อย่างหนึ่ง เพิ่งแพร่หลายขึ้นมาประมาณ 40 ปี มานี้เอง คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดเก็บ คำนวณ ประมวลผล แสดงผล หรืองานอื่นใด ตามคำสั่ง ที่จัดทำขึ้น แล้วบันทึกเก็บไว้ในหน่วยความจำของอุปกรณ์นั้น ปัจจุบันมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วมาก จนเป็นสื่อสำคัญยิ่งในการนำเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร ทุก ๆ วินาที สามารถรับรู้ความเป็นไปในทุกพื้นพิภพได้เกือบพร้อมกัน ทั้งที่อยู่กันคนละซีกโลก การรับรู้ข่าวสารที่รวดเร็วนำประโยชน์สู่ผู้ใช้ นำประโยชน์สู่ประเทศชาติได้อย่างมหาศาล เช่น สามารถติดต่อค้าขายกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องพบหน้ากัน ไม่มีข้อจำกัดของเวลา ไม่มีข้อจำกัดด้านพรมแดน สามารถใช้ระบบ E – Commerce และใช้ในเรื่องการศึกษา การแสวงหาความรู้ การสื่อสาร รวมถึงกิจการอื่น ๆ มากมาย หากผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์เป็นอย่างคุ้มค่า

หลายปีที่ผ่านมาโรงเรียนที่มีความพร้อมเริ่มนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในโรงเรียนกันมากขึ้น โรงเรียนดังกล่าวมักจะอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ที่มีเศรษฐกิจดี ผู้ปกครองมีฐานนะทางเศรษฐกิจมั่นคง ช่วงแรกเริ่มใช้เพื่อการบริหารจัดการก่อน เรียกว่า Computer Assisted Management โปรแกรมนี้ช่วยจัดการด้านงานธุรการ เงินเดือน ห้องสมุด งานปกครอง และอื่น ๆ ระยะต่อมาคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลง โรงเรียนต่าง ๆ เริ่มนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเรียกว่าคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า ” CAI ” หมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อเสนอเนื้อหา กระตุ้นเร้าให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ ต้องการเรียนรู้ บทบาทของ CAI มีมากขึ้น ผลที่ได้ผู้เรียนได้เรียนในสิ่งที่ตนเองต้องการ ตรงตามความประสงค์ เป็นการตอบสนองความเป็น Child Center ได้ประการหนึ่ง ในกระบวนการจัดการเรียนรู้

ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายให้โรงเรียนต่าง ๆ ใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ปกครองเกิดความตื่นตัว ต้องการที่จะให้บุตรหลานได้เรียนรู้จากคอมพิวเตอร์มากขึ้น จนกลายเป็นกระแสของความทันสมัย โรงเรียนใดไม่สอนวิชาคอมพิวเตอร์ ผู้ปกครองจะย้ายเด็กไปเรียนโรงเรียนอื่นที่สอนคอมพิวเตอร์ เป้าหมายสำคัญที่นอกเหนือไปจากภาระงานปกติของโรงเรียน คือการจัดการศึกษาให้ตอบสนองความต้องการของชุมชน ผู้บริหาร คณะครู กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอาจจะกำหนดวิสัยทัศน์ของโรงเรียน และ แนวปฏิบัติระยะ 3  ปี 5 ปี ดังนี้

วิสัยทัศน์ (Vision)
โรงเรียนกำหนดวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และความเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัฒน์ ดังนี้ โรงเรียนจะดำเนินการ ทุกวิถีทางที่จะพัฒนาผู้เรียน เมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้วจะเป็นคนดี มีปัญญา มีความเป็นไทย มีความสามารถในการประกอบอาชีพได้เต็มศักยภาพของตน และศึกษาต่อได้ในระดับที่สูงขึ้น มีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัยในตนเอง รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ มีความสามารถในการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ สื่อความหมายทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ รวมทั้งรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสืบค้นวิทยาการใหม่ ๆ มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถเล่นดนตรี เล่นกีฬาอย่างน้อย 1 ประเภท มีพื้นฐานประกอบอาชีพได้อย่างน้อย 1 อย่าง โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม
การพัฒนาบุคลากร
โรงเรียนประถมศึกษา โดยทั่วไปครูจะมีคุณวุฒิตรงสาขาวิชาเอกน้อยมาก  เป็นโรงเรียนที่อยู่ในต่างจังหวัด ข้อจำกัดคือไม่สามารถเลือกครูได้ตรงตามความต้องการของโรงเรียน จึงส่งผลถึงการจัดการเรียนการสอน หน้าที่ของโรงเรียนต้องดำเนินการ คือ พัฒนาให้ครูมีศักยภาพ สามารถทำงานสนองความต้องการของผู้เรียน และสนองตอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ การพัฒนาครู เป็นสิ่งจำเป็นอาจกำหนดเป็นนโยบายได้ ดังนี้
1. พัฒนาให้ครูทุกคนมีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นฐานในการเรียนรู้ และใช้คอมพิวเตอร์จัดการเรียนการสอนได้
2. กำหนดมาตรฐานเบื้องต้นของครูที่จะเข้าทำหน้าที่ครูคอมพิวเตอร์ ไว้ดังนี้
2.1 ต้องมีวิสัยทัศน์ มีความคิดกว้างไกล ทันเหตุการณ์ของโลก
2.2 พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ให้รอบรู้และรู้รอบ ในเรื่องใหม่ ๆ อยู่เป็นนิจ
2.3 ขยัน ทันสมัย ใจรัก สละเวลา
คนที่มีใจรักในสิ่งใด มักจะทุ่มเท เสียสละ ขยัน มุ่งมั่นทำในสิ่งที่ตนรัก งานคอมพิวเตอร์ เป็นงานที่หนัก และมีความสำคัญสูง

รูปแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการแข่งขันการพัฒนาทางด้านซอฟต์แวร์ ในปัจจุบัน ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ นำคอมพิวเตอร์มาใช้ในด้านการศึกษากันมาก การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน(Computer Assisted Instruction) มีบทบาทและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โรงเรียนอาจใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นการพัฒนาผู้เรียนอีกทางหนึ่งตามรูปแบบที่โรงเรียนกำหนด โดยอาศัยประสบการณ์ ความรู้ที่มีอยู่ประยุกต์ใช้ภายใต้บริบทของโรงเรียน
1. จัดการเรียนรู้ “ตลอดเวลา” (Anytime) เวลาใดก็สามารถเรียนรู้ได้ ระยะแรกเริ่มให้นักเรียนสามารถใช้ Computer สืบค้นหาความรู้จากห้องสมุด ซึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการระบบ Internet
2. เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ “ทุกหนแห่ง” (Anywhere) นักเรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกันจากสื่อต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ วีดิทัศน์ โทรทัศน์ CAI และอื่นๆ
3. การให้ทุกคน (Anyone) ได้เรียนรู้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพของตน ตั้งแต่ระดับอนุบาลเป็นต้นไป
การใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้
การเรียนรู้ในปัจจุบันแตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหมายความว่า ผู้เรียนมีโอกาส มีอิสระในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างองค์ความรู้ สร้างทักษะด้วยตนเอง ครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็น ผู้ให้คำแนะนำ นอกจากนี้ทั้งครูและศิษย์สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ การจัดการเรียนที่โรงเรียนอาจดำเนินการได้ในขณะนี้อาทิ เช่น
1. การสอนโดยใช้สื่อ CAI ช่วยสอนให้เกิดการเรียนรู้ตามความสนใจ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาไทย วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม หรือ สปช. วิชาภาษาอังกฤษ
2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักสืบค้นวิทยาการใหม่ ๆ จากอินเทอร์เน็ต จาก E-book จาก E-Library
3. ส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างเจตคติที่ดีในการเรียนและการค้นคว้าหาความรู้ โดยกำหนดให้ผู้เรียนได้เล่นเกมการศึกษา (Education Games ) ที่ผ่านการวิเคราะห์ของครูผู้รับผิดชอบว่าไม่เป็นพิษภัยต่อผู้เล่น และเป็นการสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่ดีให้กับเด็ก
4. ใช้แผนการสอนแบบ ICT บูรณาการเรียนรู้ในสาระวิชาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์
5. จัดระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการเรียนรู้
6. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดระบบและเผยแพร่ความรู้
7. จัดระบบข้อมูลสารสนเทศแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น
8. พัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน
บทสรุป
การนำเอาเทคโนโลยี เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เป็นการเพิ่มพูน ประสิทธิภาพทางการเรียนรู้แก่ผู้เรียน และในสภาพปัจจุบันการเรียนการสอนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ได้ ครูจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของตนเอง ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้น จึงต้องเรียนรู้เทคโนโลยีต่าง ๆ แล้ววิเคราะห์ความเป็นไปได้ ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้เหมาะสมกับสภาพของโรงเรียน ที่มีความพร้อมในระดับหนึ่ง ครูควรต้องพัฒนาตนเองเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม และยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อนำพาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ ดำรงตนอยู่ได้อย่างมีความสุข

ชลอ เอียมสอาด

หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมพัฒนาสื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2

 

About these ads

About enpt2

กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐมเขต2 ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 73120
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s