แหล่งการเรียนรู้ ประสบการณ์การศึกษาดูงาน

ประสิทธิภาพ
ประสิทธิผล คณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ  ประเมินผลและ                  นิเทศการศึกษา : ประสบการณ์การศึกษาดูงาน ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

 

ประสิทธิภาพ

            คณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
เป็นองค์คณะบุคคลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  การกำกับ
ติดตาม ตามนโยบาย
โดยมีกลุ่มนิเทศ
ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษานำนโยบายสู่การปฏิบัติ  ตลอดจนการสร้างเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพ  ดังนั้น
จึงเห็นได้ว่า
การดำเนินงานยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  โดยมีกลุ่มนิเทศ
ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษามีภาระหน้าที่หลักในการดำเนินงานนโยบายการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน  โดยใช้บทบาทของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
ในการช่วยส่งเสริม
สนับสนุนการดำเนินงานของ
คณะศึกษานิเทศก์
ในการนิเทศเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาที่อยู่บนกระบวนการทำงาน  ที่เป็นวงจรต่อเนื่องกัน  ตั้งแต่ให้ความเห็นชอบแผนการนิเทศ  กำกับ
ติดตามการดำเนินงาน  ให้ข้อเสนอแนะ  เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา  ตลอดจนการประสานสารสนเทศการพัฒนาคุณภาพ         รายโรงเรียนที่แท้จริงให้กับองค์คณะบุคคลอื่น
ๆ ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ  ตลอดจนการกำหนดมาตรการต่าง ๆ
ในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ตั้งแต่         การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ  การประสานเครือข่ายการนิเทศ  การจัดหาและเอื้ออำนวยทรัพยากรในการนิเทศ  อันจะเห็นได้ว่า  การดำเนินงานของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
ควรมีการประชุมอย่างต่อเนื่องในการกำหนดนโยบาย
นำนโยบายสู่การปฏิบัติการ
การให้ข้อเสนอแนะ
กำหนดมาตรการในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ตลอดจนการประสานสารสนเทศคุณภาพโรงเรียนที่แท้จริงกับองค์คณะบุคคล  และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  การดำเนินงานดังกล่าว เลขานุการและคณะกรรมการฯ  คือหัวหน้ากลุ่มนิเทศ
ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ

 

 

 

 

 

ดร.ธีระพงษ์  ศรีโพธิ์
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ  หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตาม
และประเมินผล การจัดการศึกษา  Ë     สพป.นครปฐม
เขต  2    Ë

ประสิทธิผล

การดำเนินงาน  ใช้บทบาทของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
เป็นองค์คณะบุคคลในการขับเคลื่อนเพื่อการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  โดยมีกลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา  เป็นผู้นำนโยบายสู่การปฏิบัติ
ตลอดจนการจัดทำสารสนเทศการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่แท้จริง   นำเสนอคณะกรรมการ
เพื่อกำหนดมาตรการการ

พัฒนา  ตลอดจนประสานสารสนเทศการพัฒนาให้กับองค์คณะบุคคลอื่นๆ
เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนตามบทบาทหน้าที่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์  ทั้งนี้
การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องดังกล่าว
ส่งผลให้ในหลาย ๆ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  สามารถยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ทั้งในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน   ความเข้มแข็งของระบบการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน
การได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาที่มีความยั่งยืน  ทั้งนี้
การปฏิบัติงานอย่างจริงจังและมีความต่อเนื่องดังกล่าว  ในปีงบประมาณ 2554  มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
จำนวน  7
แห่ง
ได้รับการประเมินจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่มีผลงานการขับเคลื่อนของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษาในระดับ
ดีเยี่ยม – ชมเชย
ซึ่งสำนักติดตามและประเมินผลฯ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้ดำเนินโครงการส่งเสริม  และพัฒนาเครือข่ายการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ให้ประธานคณะกรรมการ   กรรมการและเลขานุการ  ได้มีโอกาสศึกษาดูงาน ณ
สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
ระหว่างวันที่  29  กันยายน – 5 ตุลาคม   2554
ทั้งนี้ หัวหน้ากลุ่มนิเทศ
ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาในฐานะกรรมการและเลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการ
ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเต็มกำลังความสามารถและได้มีโอกาสไปศึกษาดูงาน  ประกอบไปด้วย
1) นางสุดสงวน  เลิศล้ำ  หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา  เขต
5   2) นายธีระพงษ์  ศรีโพธิ์
หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษานครปฐม  เขต
2    3) นางทัศนีย์    สุวรรณพงศ์
หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร  4) นางสมพร
ชาลีเครือ  หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ  เขต
3  5) นายประสิทธิ์  พึ่งกุศล  หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก
เขต  2  และ 6) นางบูรณ์นรา  กณิกนันต์
ศึกษานิเทศก์ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการฯ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด                   ได้รับการเสริมสร้างขวัญ  กำลังใจ
จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยสำนักติดตามและประเมินผลดังกล่าว
จะเห็นได้ว่า
ให้ความสำคัญและโอกาสกับผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ที่นำนโยบายสู่การปฏิบัติจนเกิดประสิทธิผลที่เป็นที่ประจักษ์

 

 

 

 

 

ประสบการณ์

 

                การดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง
(พ.ศ. 2552 – 2561) ด้านจุดเน้นการเรียนรู้
มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน
โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียนในการส่งเสริมให้ครูได้จัดการเรียนรู้  โดยใช้แหล่งการเรียนรู้ในท้องถิ่น  ชุมชน
และสังคมเพื่อให้เด็ก                  ได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย
ซึ่งสอดคล้องกับการจัดการศึกษาตามแนวมนุษย์ปรัชญาเป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นในการพัฒนามนุษย์  ให้บรรลุศักยภาพสูงสุดที่ตนมี และสามารถกำหนดความมุ่งหมายและแนวทางแก่ชีวิตของตนได้อย่างอิสระ  แนวคิดนี้พัฒนาขึ้นโดยรูดอฟท์  สไตเนอร์
นักปรัชญาชาวออสเตรีย
การศึกษารูปแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแรกที่โรงเรียนวอลดอร์ฟ  ประเทศเยอมนี          ในปี ค.ศ. 1991  และค่อย ๆ แพร่หลายไปทั่วโลก  ซึ่งเป้าหมายการศึกษาวอลดอร์ฟ คือ
ช่วยให้มนุษย์บรรลุศักยภาพสูงสุดที่ตนมีและสามารถกำหนดความมุ่งหมายและแนวทางแก่ชีวิตของตนได้อย่างอิสระตามกำลังความสามารถของตน  แต่มนุษย์จะบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนไม่ได้  ถ้าเขายังไม่มีโอกาสได้สัมผัสหรือค้นพบส่วนต่าง
ๆ หลายส่วนในตนเอง  ด้วยเหตุนี้  การศึกษาวอลดอร์ฟ
จึงเน้นการศึกษาเรื่องมนุษย์และความเชื่อมโยงของมนุษย์กับโลกและจักรวาล  การเชื่อมโยงทุกเรื่องกับมนุษย์  ไม่ใช่เพื่อให้มนุษย์ยึดตนเอง (อัตตา)  แต่เป็นการสอนให้มนุษย์รู้จักจุดยืนที่สมดุลของตนในโลกมนุษย์
ปรัชญาเน้นความสำคัญของการสร้างสมดุลในสามวิถีทางที่บุคคลสัมพันธ์กับโลกคือ
ผ่านกิจกรรมทางกาย  ผ่านทางอารมณ์  ความรู้สึกและผ่านการคิด  ทั้งนี้ประสบการณ์ที่ทำให้เด็ก ๆ
ได้รับความรู้สึกต่าง ๆ ในแต่ละช่วงวัย
จะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการในช่วงวัยนั้น และเป็นพื้นฐานที่สูงขึ้น  โดยในช่วยวัยแรกเกิดถึง  7
ปี  ซึ่งช่วงหนึ่ง (6-7 ปี)
อยู่ในช่วงของปฐมวัย  ประสบการณ์ที่จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาความรู้สึกที่สัมผัสกับโลกที่เป็นจริงรอบตัวอย่างมั่นใจ
และเป็นสุข  กล่าวคือ  การจัดประสบการณ์การเรียนรู้  ความรู้สึกจากการสัมผัส
จะทำให้เด็กไม่ขลาดกลัว
ความรู้สึกแห่งชีวิต
จะทำให้รู้จักความสุข  แจ่มใส  ความรู้สึกจากการเคลื่อนไหว จะทำให้เด็กรู้สึกอิสระ  ความรู้สึกสมดุลของร่างกาย  จะทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและสงบภายใน  การพัฒนาความรู้สึกทั้ง  4
ด้านดังกล่าว  นำไปสู่การพัฒนาความมุ่งมั่น  ตั้งใจ (Wiling)   ซึ่งเป็นพัฒนาการของปฐมวัยในส่วนระดับประถมศึกษา
(7 – 12 ปี)
ควรจัดประสบการณ์ที่เรียนรู้เพิ่มเติมด้านความรู้สึกจากการได้กลิ่น  ความรู้สึกจากการลิ้มรส  ความรู้สึกจากการเห็น
และความรู้สึกถึงอุณหภูมิ
ซึ่งจะทำให้เด็กระดับประถมศึกษาละเอียดอ่อน ต่อความรู้สึก          อันนำไปสู่การพัฒนาการความรู้สึก (Feeling)
ซึ่งเป็นพัฒนาการพื้นฐานของเด็กวัยนี้
ส่วนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย (12 ปี –
18  ปี)
จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นด้านความรู้สึกจากการได้ยิน  การรู้สึกถึงความหมายของถ้อยคำ   การรู้สึกถึงความคิดอันจะนำไปสู่การรู้สึกรับผิดชอบ
สู่การพัฒนาความคิด (Thinking)  ซึ่งเป็นพัฒนาการพื้นฐาน  กล่าวโดยสรุป
การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย (6 – 7 ปี) เรียนรู้ด้วยการกระทำ
ดังนั้น การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
เน้นให้เด็กมุ่งมั่นตั้งใจกับการกระทำความดี  ระดับประถมศึกษา ( 7  – 12 ปี) เรียนรู้ด้วยความประทับใจ   ดังนั้นการสอนต้องเน้นให้เด็กรู้สึกถึงความงาม  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย (12
– 18 ปี) เรียนรู้จากการคิด
ดังนั้นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ต้องเน้นให้เด็กคิด
จนเกิดปัญญา  เห็นสัจจธรรมและความจริงของโลก  การศึกษานอกห้องเรียน โดยแหล่งการเรียนรู้  และการกำหนดจุดเน้นพัฒนาการแต่ละช่วงวัย  ตามการปฏิรูปการศึกษา
ในทศวรรษที่สองเห็นได้ว่า
เป็นการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และมีพฤติกรรมตามช่วงวัย  ซึ่งจากการศึกษาดูงานพบว่า  ระบบการจัดการศึกษาในโรงเรียนจากการสังเกต  สอบถามและการนำเสนอของโรงเรียนที่ศึกษาดูงานจะพบว่า  เป็นการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษา  ที่ให้แต่ละรัฐจัดการศึกษา  แต่มีจุดร่วมกันของกระบวนการคือ       การเป็นคนดี  มีพัฒนาการตามช่วงวัย
ซึ่งในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของโรงเรียน
จะให้นักเรียนได้เรียนรู้จากของจริงและชีวิตจริง  นำสู่การปฏิบัติที่เป็นวิถีชีวิตในการเรียนรู้  สิ่งที่ได้พบเช่น “การจัดห้องเรียนและเทคนิคต่าง
ๆ ในการอยู่กับเด็กในลักษณะที่คุ้นเคยและเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข  เทคนิคการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน
ที่นำเด็กที่มีลักษณะที่เหมือนกันจัดการเรียนรู้ไว้ในกลุ่มเดียวกัน  อาทิเช่น
เด็กที่มีลักษณะซุกซน
อยู่ไม่นิ่ง  ชอบหยอกล้อเพื่อน  ชอบพูดคุยในชั้นเรียน  จะมีการจัดเด็กกลุ่มนี้ไว้ในกลุ่มเดียวกัน
ทั้งนี้เมื่อดำเนินการแล้ว  เด็กกลุ่มนี้ จะมีการห้ามปรามกันเอง
เด็กกลุ่มอื่นๆ ก็ไม่ถูกรบกวน”
การจัดสื่อการเรียนรู้ในห้องเรียน
มีการจัดผสมผสานระหว่างการใช้วัสดุธรรมชาติ
กระดานดำที่สามารถสื่อสารกับนักเรียนได้สองทาง  ห้องเรียนยังใช้เครื่องฉายภาย         ข้ามศีรษะ  แต่ก็มีเครื่องฉาย Projector ด้วย
มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่เป็นสัดส่วน  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า   การจัดการศึกษา มีการใช้กระบวนการพื้นฐาน
ไม่ก้าวกระโดด ใช้เทคโนโลยีแต่จะค่อย ๆ  ปลูกจิตสำนึกเด็กอย่างต่อเนื่อง  ไปสู่การใช้เทคโนโลยี ทั้ง ๆ
ที่สามารถทำได้
การจัดสภาพแวดล้อมและการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน  มุ่งเน้นด้านสุนทรียภาพ  กล่าวคือ
การใช้แหล่งการเรียนรู้จากการสัมผัสจริง  สู่การเรียนรู้แท้จริง ภายในจิตใจ  การใช้ศาสตร์ทางด้านดนตรี  เสียงเพลง
ศิลปะ
มาช่วยพัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์
เป็นการสอนให้นักเรียนรู้จักสมดุลของร่างกายและจิตใจของตนเอง         เน้นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
พัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่มีพัฒนาการสมดุล
ได้ใช้พลังการเรียนรู้ในทุกด้าน
ไม่ว่าจะเป็นด้านสติปัญญา
ด้านศิลปะ  จินตนาการสร้างสรรค์
และด้านการปฏิบัติ  ลงมือทำอย่างพอเหมาะตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน  ตัวอย่างเช่น
การให้เด็กระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้วางแผนในการจัดกิจกรรมฉลองวันสำคัญแห่งชาติในปีที่จบการศึกษา  โดยหาทุนดำเนินการด้วยตนเองเป็นเวลา  2
ปี
ดำเนินการจัดกิจกรรมเองโดยมีครูเป็นพี่เลี้ยงและเอื้ออำนวยด้านสถานที่ให้”         อันส่งผลทำให้ครูเข้าใจเด็กได้อย่างแท้จริง
และยังช่วยให้เด็กเข้าใจและเรียนรู้ความเป็นตัวตนของตนเองมากขึ้นด้วย

 

 

 

 

 

 

 

การนำมาประยุกต์ใช้

คณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
เป็นองค์คณะบุคคล
ที่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542    และแก้ไขเพิ่มเติม              (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
ในเรื่องของการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา  คณะกรรมการดังกล่าว  มีภาระหน้าที่สำคัญคือ   การกำหนดนโยบายการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
ซึ่งต้องยอมรับว่าการทำงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ความสนใจน้อยมาก  แต่ในทางกลับกัน  คณะกรรมการชุดนี้                    มีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ประเด็นสำคัญคือ  ทำอย่างไรที่จะให้คระกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ ป ระเมินผลและนิเทศการศึกษา  มีบทบาทในการเป็นองค์คณะบุคคลที่บ่งชี้คุณภาพของโรงเรียนรายโรงเรียน  ตามสภาพแท้จริง  และการบ่งชี้นี้ เป็นสารสนเทศสำคัญ             ที่นำมาใช้เป็นพื้นฐานในการทำงานขององค์คณะบุคคลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คือ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา  และคณะกรรมการคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษา  ในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของโรงเรียน
ตามบทบาทหน้าที่อย่างหลากหลายร่วมกันอย่างสร้างสรรค์  สู่เป้าหมายเดียวกันคือคุณภาพโรงเรียนที่แท้จริง

คณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา  ควรมีบทบาทนำใน               การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  โดยมีกลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
เป็นผู้นำนโยบายสู่การปฏิบัติ
มีการเสนอขอความเห็นชอบแผนการนิเทศ
ดำเนินการตามแผน  กำกับ  ติดตามผลการนิเทศโรงเรียน  ตลอดจนกำหนดแนวทางการปรับปรุงแลพัฒนา
เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนการนิเทศ
การดำเนินการตามแผน  การติดตาม  ตรวจสอบ
การปรับปรุงและพัฒนาที่เป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง  มีการประชุมคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก
1 ครั้ง/3 เดือน
สรุปผลการประชุมเป็นมติการประชุมที่อยู่บนพื้นฐานของสารสนเทศแท้จริง  ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ทราบ
เพื่อนำสู่การพัฒนางานร่วมกันในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  บนความหลากหลายตามบทบาทหน้าที่  ที่มีจุดร่วมสำคัญคือ  สารสนเทศการพัฒนาคุณภาพรายโรงเรียนที่แท้จริง
อันจะนำไปสู่การทำงานตามหลักธรรมาภิบาลร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  โดยสำนักติดตามและประเมินผล
ควรกำหนดตัวบ่งชี้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษาให้ชัดเจน
ทั้งด้านประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล
ตามบทบาทหน้าที่
เพื่อเป็นแนวทางให้แต่ละสำนักงาน             เขตพื้นที่การศึกษาได้ปฏิบัติงานแข่งกับตัวเองในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ที่มีพัฒนาการและประเด็นสำคัญคือ  การที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้มีนโยบายกระตุ้นให้ขวัญและกำลังใจสำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่การศึกษาที่มีผลงานเชิงประจักษ์
ได้รับการประเมินตามเกณฑ์ที่เป็นวิทยาศาสตร์  ได้ศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศ  ซึ่งเป็นการเปิดโลกทัศน์            ที่สามารถนำสิ่งที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน  ดังนี้

  1. การมีโอกาสไปศึกษาดูงาน ณ
    ต่างประเทศแต่ละครั้ง
    ผู้ที่ไปควรศึกษารายละเอียดการจัด

การศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงาน
ทั้งนี้เมื่อไปศึกษาดูงาน
สามารถนำแนวคิดที่เราได้ศึกษาไว้ไปพิสูจน์ความเป็นจริงจากการศึกษาดูงาน
เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ด้วยความมั่นใจ อาทิเช่น
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวมนุษยปรัชญา  ซึ่งมีแหล่งการเรียนรู้  กระบวนการสุนทรียภาพเป็นพลังขับเคลื่อน ที่สำคัญ
อันสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ในการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง

  1. การจัดระบบการทำงานของกลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ที่มุ่งเน้น

การทำงานเป็นทีม  บนพื้นฐานขององค์ความรู้  การทำงานที่เอื้ออาทร  ระบบเกียรติยศตามมาตรฐานวิชาชีพ

  1. การให้โรงเรียนได้จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมาย
    ได้เรียนรู้จากของจริงผ่านการ

สัมผัส  การคิด และการเรียนรู้ที่เกิดจากจิตใจ  ตลอดจนการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะตามวัย

  1. การใช้ทรัพยากรในการจัดการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  2. การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้มากขึ้น
  3. การใช้บทบาทของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
    ประเมินผลและนิเทศการศึกษา  ใน

การกำหนดนโยบายและมาตรการการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาที่มีความต่อเนื่อง
โดยเป็นองค์คณะบุคคลที่สำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพและมาตรฐานโรงเรียนที่แท้จริง   เพื่อเป็นสารสนเทศในการทำงานขององค์คณะบุคคลอื่นๆ  และผู้เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประสิทธิภาพ
ประสิทธิผล คณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ  ประเมินผลและ                  นิเทศการศึกษา : ประสบการณ์การศึกษาดูงาน ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

 

ประสิทธิภาพ

            คณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
เป็นองค์คณะบุคคลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  การกำกับ
ติดตาม ตามนโยบาย
โดยมีกลุ่มนิเทศ
ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษานำนโยบายสู่การปฏิบัติ  ตลอดจนการสร้างเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพ  ดังนั้น
จึงเห็นได้ว่า
การดำเนินงานยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  โดยมีกลุ่มนิเทศ
ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษามีภาระหน้าที่หลักในการดำเนินงานนโยบายการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน  โดยใช้บทบาทของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
ในการช่วยส่งเสริม
สนับสนุนการดำเนินงานของ
คณะศึกษานิเทศก์
ในการนิเทศเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาที่อยู่บนกระบวนการทำงาน  ที่เป็นวงจรต่อเนื่องกัน  ตั้งแต่ให้ความเห็นชอบแผนการนิเทศ  กำกับ
ติดตามการดำเนินงาน  ให้ข้อเสนอแนะ  เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา  ตลอดจนการประสานสารสนเทศการพัฒนาคุณภาพ         รายโรงเรียนที่แท้จริงให้กับองค์คณะบุคคลอื่น
ๆ ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ  ตลอดจนการกำหนดมาตรการต่าง ๆ
ในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ตั้งแต่         การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ  การประสานเครือข่ายการนิเทศ  การจัดหาและเอื้ออำนวยทรัพยากรในการนิเทศ  อันจะเห็นได้ว่า  การดำเนินงานของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
ควรมีการประชุมอย่างต่อเนื่องในการกำหนดนโยบาย
นำนโยบายสู่การปฏิบัติการ
การให้ข้อเสนอแนะ
กำหนดมาตรการในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ตลอดจนการประสานสารสนเทศคุณภาพโรงเรียนที่แท้จริงกับองค์คณะบุคคล  และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  การดำเนินงานดังกล่าว เลขานุการและคณะกรรมการฯ  คือหัวหน้ากลุ่มนิเทศ
ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ

 

 

 

 

 

ดร.ธีระพงษ์  ศรีโพธิ์
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ  หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตาม
และประเมินผล การจัดการศึกษา  Ë     สพป.นครปฐม
เขต  2    Ë

ประสิทธิผล

การดำเนินงาน  ใช้บทบาทของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
เป็นองค์คณะบุคคลในการขับเคลื่อนเพื่อการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  โดยมีกลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา  เป็นผู้นำนโยบายสู่การปฏิบัติ
ตลอดจนการจัดทำสารสนเทศการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่แท้จริง   นำเสนอคณะกรรมการ
เพื่อกำหนดมาตรการการ

พัฒนา  ตลอดจนประสานสารสนเทศการพัฒนาให้กับองค์คณะบุคคลอื่นๆ
เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนตามบทบาทหน้าที่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์  ทั้งนี้
การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องดังกล่าว
ส่งผลให้ในหลาย ๆ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  สามารถยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ทั้งในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน   ความเข้มแข็งของระบบการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน
การได้รับการรับรองคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาที่มีความยั่งยืน  ทั้งนี้
การปฏิบัติงานอย่างจริงจังและมีความต่อเนื่องดังกล่าว  ในปีงบประมาณ 2554  มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
จำนวน  7
แห่ง
ได้รับการประเมินจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่มีผลงานการขับเคลื่อนของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษาในระดับ
ดีเยี่ยม – ชมเชย
ซึ่งสำนักติดตามและประเมินผลฯ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้ดำเนินโครงการส่งเสริม  และพัฒนาเครือข่ายการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ให้ประธานคณะกรรมการ   กรรมการและเลขานุการ  ได้มีโอกาสศึกษาดูงาน ณ
สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
ระหว่างวันที่  29  กันยายน – 5 ตุลาคม   2554
ทั้งนี้ หัวหน้ากลุ่มนิเทศ
ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาในฐานะกรรมการและเลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการ
ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเต็มกำลังความสามารถและได้มีโอกาสไปศึกษาดูงาน  ประกอบไปด้วย
1) นางสุดสงวน  เลิศล้ำ  หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา  เขต
5   2) นายธีระพงษ์  ศรีโพธิ์
หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษานครปฐม  เขต
2    3) นางทัศนีย์    สุวรรณพงศ์
หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร  4) นางสมพร
ชาลีเครือ  หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ  เขต
3  5) นายประสิทธิ์  พึ่งกุศล  หัวหน้ากลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก
เขต  2  และ 6) นางบูรณ์นรา  กณิกนันต์
ศึกษานิเทศก์ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการฯ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด                   ได้รับการเสริมสร้างขวัญ  กำลังใจ
จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยสำนักติดตามและประเมินผลดังกล่าว
จะเห็นได้ว่า
ให้ความสำคัญและโอกาสกับผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ที่นำนโยบายสู่การปฏิบัติจนเกิดประสิทธิผลที่เป็นที่ประจักษ์

 

 

 

 

 

ประสบการณ์

 

                การดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง
(พ.ศ. 2552 – 2561) ด้านจุดเน้นการเรียนรู้
มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน
โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียนในการส่งเสริมให้ครูได้จัดการเรียนรู้  โดยใช้แหล่งการเรียนรู้ในท้องถิ่น  ชุมชน
และสังคมเพื่อให้เด็ก                  ได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย
ซึ่งสอดคล้องกับการจัดการศึกษาตามแนวมนุษย์ปรัชญาเป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นในการพัฒนามนุษย์  ให้บรรลุศักยภาพสูงสุดที่ตนมี และสามารถกำหนดความมุ่งหมายและแนวทางแก่ชีวิตของตนได้อย่างอิสระ  แนวคิดนี้พัฒนาขึ้นโดยรูดอฟท์  สไตเนอร์
นักปรัชญาชาวออสเตรีย
การศึกษารูปแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแรกที่โรงเรียนวอลดอร์ฟ  ประเทศเยอมนี          ในปี ค.ศ. 1991  และค่อย ๆ แพร่หลายไปทั่วโลก  ซึ่งเป้าหมายการศึกษาวอลดอร์ฟ คือ
ช่วยให้มนุษย์บรรลุศักยภาพสูงสุดที่ตนมีและสามารถกำหนดความมุ่งหมายและแนวทางแก่ชีวิตของตนได้อย่างอิสระตามกำลังความสามารถของตน  แต่มนุษย์จะบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนไม่ได้  ถ้าเขายังไม่มีโอกาสได้สัมผัสหรือค้นพบส่วนต่าง
ๆ หลายส่วนในตนเอง  ด้วยเหตุนี้  การศึกษาวอลดอร์ฟ
จึงเน้นการศึกษาเรื่องมนุษย์และความเชื่อมโยงของมนุษย์กับโลกและจักรวาล  การเชื่อมโยงทุกเรื่องกับมนุษย์  ไม่ใช่เพื่อให้มนุษย์ยึดตนเอง (อัตตา)  แต่เป็นการสอนให้มนุษย์รู้จักจุดยืนที่สมดุลของตนในโลกมนุษย์
ปรัชญาเน้นความสำคัญของการสร้างสมดุลในสามวิถีทางที่บุคคลสัมพันธ์กับโลกคือ
ผ่านกิจกรรมทางกาย  ผ่านทางอารมณ์  ความรู้สึกและผ่านการคิด  ทั้งนี้ประสบการณ์ที่ทำให้เด็ก ๆ
ได้รับความรู้สึกต่าง ๆ ในแต่ละช่วงวัย
จะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการในช่วงวัยนั้น และเป็นพื้นฐานที่สูงขึ้น  โดยในช่วยวัยแรกเกิดถึง  7
ปี  ซึ่งช่วงหนึ่ง (6-7 ปี)
อยู่ในช่วงของปฐมวัย  ประสบการณ์ที่จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาความรู้สึกที่สัมผัสกับโลกที่เป็นจริงรอบตัวอย่างมั่นใจ
และเป็นสุข  กล่าวคือ  การจัดประสบการณ์การเรียนรู้  ความรู้สึกจากการสัมผัส
จะทำให้เด็กไม่ขลาดกลัว
ความรู้สึกแห่งชีวิต
จะทำให้รู้จักความสุข  แจ่มใส  ความรู้สึกจากการเคลื่อนไหว จะทำให้เด็กรู้สึกอิสระ  ความรู้สึกสมดุลของร่างกาย  จะทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและสงบภายใน  การพัฒนาความรู้สึกทั้ง  4
ด้านดังกล่าว  นำไปสู่การพัฒนาความมุ่งมั่น  ตั้งใจ (Wiling)   ซึ่งเป็นพัฒนาการของปฐมวัยในส่วนระดับประถมศึกษา
(7 – 12 ปี)
ควรจัดประสบการณ์ที่เรียนรู้เพิ่มเติมด้านความรู้สึกจากการได้กลิ่น  ความรู้สึกจากการลิ้มรส  ความรู้สึกจากการเห็น
และความรู้สึกถึงอุณหภูมิ
ซึ่งจะทำให้เด็กระดับประถมศึกษาละเอียดอ่อน ต่อความรู้สึก          อันนำไปสู่การพัฒนาการความรู้สึก (Feeling)
ซึ่งเป็นพัฒนาการพื้นฐานของเด็กวัยนี้
ส่วนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย (12 ปี –
18  ปี)
จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นด้านความรู้สึกจากการได้ยิน  การรู้สึกถึงความหมายของถ้อยคำ   การรู้สึกถึงความคิดอันจะนำไปสู่การรู้สึกรับผิดชอบ
สู่การพัฒนาความคิด (Thinking)  ซึ่งเป็นพัฒนาการพื้นฐาน  กล่าวโดยสรุป
การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย (6 – 7 ปี) เรียนรู้ด้วยการกระทำ
ดังนั้น การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
เน้นให้เด็กมุ่งมั่นตั้งใจกับการกระทำความดี  ระดับประถมศึกษา ( 7  – 12 ปี) เรียนรู้ด้วยความประทับใจ   ดังนั้นการสอนต้องเน้นให้เด็กรู้สึกถึงความงาม  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย (12
– 18 ปี) เรียนรู้จากการคิด
ดังนั้นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ต้องเน้นให้เด็กคิด
จนเกิดปัญญา  เห็นสัจจธรรมและความจริงของโลก  การศึกษานอกห้องเรียน โดยแหล่งการเรียนรู้  และการกำหนดจุดเน้นพัฒนาการแต่ละช่วงวัย  ตามการปฏิรูปการศึกษา
ในทศวรรษที่สองเห็นได้ว่า
เป็นการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และมีพฤติกรรมตามช่วงวัย  ซึ่งจากการศึกษาดูงานพบว่า  ระบบการจัดการศึกษาในโรงเรียนจากการสังเกต  สอบถามและการนำเสนอของโรงเรียนที่ศึกษาดูงานจะพบว่า  เป็นการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษา  ที่ให้แต่ละรัฐจัดการศึกษา  แต่มีจุดร่วมกันของกระบวนการคือ       การเป็นคนดี  มีพัฒนาการตามช่วงวัย
ซึ่งในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของโรงเรียน
จะให้นักเรียนได้เรียนรู้จากของจริงและชีวิตจริง  นำสู่การปฏิบัติที่เป็นวิถีชีวิตในการเรียนรู้  สิ่งที่ได้พบเช่น “การจัดห้องเรียนและเทคนิคต่าง
ๆ ในการอยู่กับเด็กในลักษณะที่คุ้นเคยและเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข  เทคนิคการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน
ที่นำเด็กที่มีลักษณะที่เหมือนกันจัดการเรียนรู้ไว้ในกลุ่มเดียวกัน  อาทิเช่น
เด็กที่มีลักษณะซุกซน
อยู่ไม่นิ่ง  ชอบหยอกล้อเพื่อน  ชอบพูดคุยในชั้นเรียน  จะมีการจัดเด็กกลุ่มนี้ไว้ในกลุ่มเดียวกัน
ทั้งนี้เมื่อดำเนินการแล้ว  เด็กกลุ่มนี้ จะมีการห้ามปรามกันเอง
เด็กกลุ่มอื่นๆ ก็ไม่ถูกรบกวน”
การจัดสื่อการเรียนรู้ในห้องเรียน
มีการจัดผสมผสานระหว่างการใช้วัสดุธรรมชาติ
กระดานดำที่สามารถสื่อสารกับนักเรียนได้สองทาง  ห้องเรียนยังใช้เครื่องฉายภาย         ข้ามศีรษะ  แต่ก็มีเครื่องฉาย Projector ด้วย
มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่เป็นสัดส่วน  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า   การจัดการศึกษา มีการใช้กระบวนการพื้นฐาน
ไม่ก้าวกระโดด ใช้เทคโนโลยีแต่จะค่อย ๆ  ปลูกจิตสำนึกเด็กอย่างต่อเนื่อง  ไปสู่การใช้เทคโนโลยี ทั้ง ๆ
ที่สามารถทำได้
การจัดสภาพแวดล้อมและการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน  มุ่งเน้นด้านสุนทรียภาพ  กล่าวคือ
การใช้แหล่งการเรียนรู้จากการสัมผัสจริง  สู่การเรียนรู้แท้จริง ภายในจิตใจ  การใช้ศาสตร์ทางด้านดนตรี  เสียงเพลง
ศิลปะ
มาช่วยพัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์
เป็นการสอนให้นักเรียนรู้จักสมดุลของร่างกายและจิตใจของตนเอง         เน้นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
พัฒนาเด็กให้เป็นมนุษย์ที่มีพัฒนาการสมดุล
ได้ใช้พลังการเรียนรู้ในทุกด้าน
ไม่ว่าจะเป็นด้านสติปัญญา
ด้านศิลปะ  จินตนาการสร้างสรรค์
และด้านการปฏิบัติ  ลงมือทำอย่างพอเหมาะตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน  ตัวอย่างเช่น
การให้เด็กระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้วางแผนในการจัดกิจกรรมฉลองวันสำคัญแห่งชาติในปีที่จบการศึกษา  โดยหาทุนดำเนินการด้วยตนเองเป็นเวลา  2
ปี
ดำเนินการจัดกิจกรรมเองโดยมีครูเป็นพี่เลี้ยงและเอื้ออำนวยด้านสถานที่ให้”         อันส่งผลทำให้ครูเข้าใจเด็กได้อย่างแท้จริง
และยังช่วยให้เด็กเข้าใจและเรียนรู้ความเป็นตัวตนของตนเองมากขึ้นด้วย

 

 

 

 

 

 

 

การนำมาประยุกต์ใช้

คณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
เป็นองค์คณะบุคคล
ที่เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542    และแก้ไขเพิ่มเติม              (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
ในเรื่องของการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา  คณะกรรมการดังกล่าว  มีภาระหน้าที่สำคัญคือ   การกำหนดนโยบายการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษา
ซึ่งต้องยอมรับว่าการทำงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ความสนใจน้อยมาก  แต่ในทางกลับกัน  คณะกรรมการชุดนี้                    มีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ประเด็นสำคัญคือ  ทำอย่างไรที่จะให้คระกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ ป ระเมินผลและนิเทศการศึกษา  มีบทบาทในการเป็นองค์คณะบุคคลที่บ่งชี้คุณภาพของโรงเรียนรายโรงเรียน  ตามสภาพแท้จริง  และการบ่งชี้นี้ เป็นสารสนเทศสำคัญ             ที่นำมาใช้เป็นพื้นฐานในการทำงานขององค์คณะบุคคลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คือ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา  และคณะกรรมการคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษา  ในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของโรงเรียน
ตามบทบาทหน้าที่อย่างหลากหลายร่วมกันอย่างสร้างสรรค์  สู่เป้าหมายเดียวกันคือคุณภาพโรงเรียนที่แท้จริง

คณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา  ควรมีบทบาทนำใน               การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  โดยมีกลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
เป็นผู้นำนโยบายสู่การปฏิบัติ
มีการเสนอขอความเห็นชอบแผนการนิเทศ
ดำเนินการตามแผน  กำกับ  ติดตามผลการนิเทศโรงเรียน  ตลอดจนกำหนดแนวทางการปรับปรุงแลพัฒนา
เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนการนิเทศ
การดำเนินการตามแผน  การติดตาม  ตรวจสอบ
การปรับปรุงและพัฒนาที่เป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง  มีการประชุมคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยทุก
1 ครั้ง/3 เดือน
สรุปผลการประชุมเป็นมติการประชุมที่อยู่บนพื้นฐานของสารสนเทศแท้จริง  ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ทราบ
เพื่อนำสู่การพัฒนางานร่วมกันในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  บนความหลากหลายตามบทบาทหน้าที่  ที่มีจุดร่วมสำคัญคือ  สารสนเทศการพัฒนาคุณภาพรายโรงเรียนที่แท้จริง
อันจะนำไปสู่การทำงานตามหลักธรรมาภิบาลร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  โดยสำนักติดตามและประเมินผล
ควรกำหนดตัวบ่งชี้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
ประเมินผลและนิเทศการศึกษาให้ชัดเจน
ทั้งด้านประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล
ตามบทบาทหน้าที่
เพื่อเป็นแนวทางให้แต่ละสำนักงาน             เขตพื้นที่การศึกษาได้ปฏิบัติงานแข่งกับตัวเองในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ที่มีพัฒนาการและประเด็นสำคัญคือ  การที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ได้มีนโยบายกระตุ้นให้ขวัญและกำลังใจสำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่การศึกษาที่มีผลงานเชิงประจักษ์
ได้รับการประเมินตามเกณฑ์ที่เป็นวิทยาศาสตร์  ได้ศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศ  ซึ่งเป็นการเปิดโลกทัศน์            ที่สามารถนำสิ่งที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน  ดังนี้

  1. การมีโอกาสไปศึกษาดูงาน ณ
    ต่างประเทศแต่ละครั้ง
    ผู้ที่ไปควรศึกษารายละเอียดการจัด

การศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงาน
ทั้งนี้เมื่อไปศึกษาดูงาน
สามารถนำแนวคิดที่เราได้ศึกษาไว้ไปพิสูจน์ความเป็นจริงจากการศึกษาดูงาน
เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ด้วยความมั่นใจ อาทิเช่น
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวมนุษยปรัชญา  ซึ่งมีแหล่งการเรียนรู้  กระบวนการสุนทรียภาพเป็นพลังขับเคลื่อน ที่สำคัญ
อันสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ในการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง

  1. การจัดระบบการทำงานของกลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ที่มุ่งเน้น

การทำงานเป็นทีม  บนพื้นฐานขององค์ความรู้  การทำงานที่เอื้ออาทร  ระบบเกียรติยศตามมาตรฐานวิชาชีพ

  1. การให้โรงเรียนได้จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมาย
    ได้เรียนรู้จากของจริงผ่านการ

สัมผัส  การคิด และการเรียนรู้ที่เกิดจากจิตใจ  ตลอดจนการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะตามวัย

  1. การใช้ทรัพยากรในการจัดการศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  2. การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้มากขึ้น
  3. การใช้บทบาทของคณะกรรมการติดตาม  ตรวจสอบ
    ประเมินผลและนิเทศการศึกษา  ใน

การกำหนดนโยบายและมาตรการการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาที่มีความต่อเนื่อง
โดยเป็นองค์คณะบุคคลที่สำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพและมาตรฐานโรงเรียนที่แท้จริง   เพื่อเป็นสารสนเทศในการทำงานขององค์คณะบุคคลอื่นๆ  และผู้เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

About enpt2

กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐมเขต2 ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 73120
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s